เวียงจันทร์-วังเวียง 2018 4 คืน 5 วันหมดเงินไปสองล้าน kip :) P.1

กระเป๋าพร้อม เงิน(ไม่พร้อม) แต่ใจเราพร้อมไป “วังเวียง” แล้ว หลังจากได้แต่เป็นคนอ่านรีวิวในพันทิปมาได้สักระยะ ครั้งนี้ก็ถึงเวลาแล้วที่เราจะไปสัมผัสเมืองลาวกันเองดูสักครั้ง มันจะสนุก ทางจะโหด ธรรมชาติจะสวยอย่างที่เค้าพูดกันไว้ไหมนะ 🙂

เวียงจันทร์ 2018
ท่าอากาศยานนานาชาติวัตไต


DAY 1 
>>>>   เราสองคนออกเดินทางจากดอนเมือง 12.50 (ได้ตั๋วโปรไปกลับ – กทม เวียงจันทร์ ประมาณ 2,000/คน  ) ใช้เวลาบิน 45 เท่านั้น เรียกได้ว่าไวเว่อร์ ถึงเวียงจันทร์ประมาณ 14.00 เราแลกเงินทั้งหมด 5,000 บาท ได้มาล้านกว่าๆ รวยไปเลย แล้วก็แวะซื้อซิมเน็ตในสนามบินอีก ( 2 กิ๊ก 5 วัน  คนละ 30,00 kip = 100 บาท )

กินไปก่อน
รถบัสเข้าเมืองจอดรอตรงสนามบิน บรรยากาศในรถเค้าวินเทจดีนะ (15,000/คน)

เสร็จแล้วไปซื้อตั๋วขึ้นรถบัสเข้าเมืองเวียงจันทร์ เพราะเราไม่รีบเท่าไหร่ (คนละ 15,000 kip) เราลงป้ายแถวน้ำพุ ถึงแล้วเราเดินหาโรงแรมแถวนั้น จนไปเจอ Manorom Boutique hotel คืนละ 850 (220,000 kip) ก็พักที่นี่แหละราคากำลังดี โรงแรมนี้อยู่ใจกลางเวียงจันทร์เลย ความสะดวกในห้องครบ ใกล้แม่น้ำ ใกล้คิวรถ เพื่อที่พรุ่งนี้จะได้ไม่ต้องไปหารถเข้าสู่วังเวียง

25611124-IID05721

เริ่ม!  พักผ่อนกันพอหอมปากหอมคอ เราก็ออกไปหาข้าวกินกันร้านแรกจบที่ร้านขอบใจเด้อ ร้านดัง(เค้าบอกมา) เราสั่งเนื้อย่าง ต้มยำปลาอร่อยมาก ให้ 10 เต็ม เพราะซดซุปเกลี้ยง แล้วก็อะไรสักอย่างเหมือนปอเปี๊ยะทอดอร่อยดี (จ่ายค่าเสียหายไป 180,000 Kip, 700 บาท )

วังเวียง
ร้านขอบใจเด้อ อยู่ตรงลานน้ำพุ อาหารอร่อย คอนเฟิร์ม ^^

ท้องอิ่มแล้วเราก็มุ่งหน้าสู่ประตูไซ ด้วยความที่โรงแรมที่พักอยู่ไม่ไกลมาก เราก็เลยเดินชมเมืองไปเรื่อยๆ  บ้านเมืองเค้าก็เหมือนเมืองต่างจังหวัดของไทยนั่นแหละ แต่ค่ำๆ ก็ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวแล้ว ตามถนนก็จะเงียบหน่อยๆ เอาจริงประตูไซตอนกลางคืนก็สวยไปอีกแบบนะ เห็นมีทัวร์จีนลงด้วย

วังเวียง2018
ประตูไซ

หลังจากถ่ายรูปเสร็จ เราก็ตั้งใจไป ตลาดไนท์มาร์เก็ตกัน โดยเรียกใช้พี่สกายแลปไปในราคา 150 บาท (40000 กีบ ) (โคตรแพง) ไนท์มาร์เก็ตเค้าใหญ่พอสมควร อารมณ์เหมือนตลาดนัดบ้านเรา เน้นพวกเสื้อผ้าทั่วไป ไม่มีค่อยมีอะไร ราคาพอๆ กับบ้านเราเลย ส่วนตัวแล้วเฉยๆ ไม่ค่อยมีไรกินด้วย

เวียงจันทร์ 2018
เจ้าเหมียวลาวขี้อ้อนมาก เสียงแหบด้วย แต่น่ารัก
25611124-iid05844.jpg
นั่งสกายแลปไปไนท์มาร์เก็ต 40000 กีบเด้อ

ก่อนกลับโรงแรมก็อยากซื้ออะไรไปกินกันหิวหน่อยๆ แวะร้านไก่เกาหลี ใกล้ๆ กับ ร้านขอบใจเด้อชื่อร้าน Chicken Mania เป็นเหมือนร้านที่ขายพวกไก่เกาหลีโดยเฉพาะ มีเมนูหลากหลาย เราลองสั่งไก่ป๊อปและไก่ซอสเผ็ด โอ้โห้อร่อยล้ำ กินจนเกลี้ยง ใครไปวังเวียงต้องไปลองนะ (ค่าเสียหาย 46,000 กีบ)

สรุปค่าเสียหาย 24 พฤศจิกายน 2561
Total
  600,000 กว่าบาท (อึ้งไปเลย วันเดียวหมดไปครึ่งล้าน TT) กินแพงไปหน่อย 55

________________________________________________________________________________________

DAY 2 / เวียงจันทร์สู่วังเวียง

เวียงจันทร์ 2018
ภายในร้าน Joma Bakery ขนมอบและขนมเค้กเต็มเลย
25611125-iid05925.jpg
Bagel Egger อร่อยมาก ด้านในเป็นแฮม ไข่ ชีส (35,000 กีบ)

ตื่นเช้ามาก็หาไรกินกันก่อนที่ร้าน Joma Bakery ร้านเบเกอร์รี่สไตล์อเมริกา ร้านดังที่เค้าว่ากันว่าเด็ด อยู่เยื้องๆ กับลานน้ำพุ ตรงข้ามร้านขอบใจเด้อเลย ใครชอบทานขนมเค้กกับขนมปังน่าจะฟิน เน้นเป็นอาหารฟาสต์ฟูดส์พวก เบอร์เกอร์ แซนด์วิช พิซซ่า สลัด ซุป เครื่องดื่มร้อน/เย็นต่างๆ เราสั่ง Bagel แล้วก็ขนมกล้วยหอมมากิน เบเกิลอร่อยมาก ขนมปังกำลังดีไม่เลี่ยน (ค่าเสียหายประมาณ 50,000 กีบ)

25611125-IID05866
25611125-IID05869

ซื้อหนมปังเสร็จก็แวะร้านข้างๆ เป็นร้านกาแฟที่ดูน่าเข้ามาก ลองสั่งลาเต้ไปหนึ่งแก้ว รสชาติออกมาเปรี้ยวนิดๆ แต่ทานคู่กับขนมปังแล้วดีงามมาก ร้านนี้เค้าคั่วกาแฟเอง ถือว่าโอเคอยู่

25611125-iid05952.jpg

จากนั้นเราก็ไปจองตั๋วรถตู้ไปวังเวียงกัน (คนละ 50,000กีบ) ออกเดินทางตอน 10.00 โมง เพราะกว่าจะวนรถไปรับคนให้ครบก็นานอยู่เหมือนกัน ตอนแรกๆ ถนนก็ดีมาก พอออกไปนอกเมืองไม่เกินครึ่งชั่วโมงเท่านั้นแหละ แทบนอนไม่ได้ เพราะถนนบางช่วงไม่ดี ตอนแรกก็ไม่เชื่อหรอกว่าถนนมันจะดีไม่ขนาดไหน คิดว่าจะขับมอเตอร์ไซด์มาด้วยซ้ำ แต่โชคดีแล้วแหละที่เราไม่เช่า นอกจากถนนจะขรุขระแล้ว ฝุ่นยังตลบเอามากๆ ขับไปได้ 2 ชั่วโมง รถตู้จอดพัก 20 นาทีที่ร้านค้าแห่งหนึ่ง เราก็แวะทานข้าวเข้าห้องน้ำ แล้วก็เดินทางต่อ (TT)

วังเวียง
จำปาลาวบังกะโล
25611125-IID05984

หลังจากที่เราเช่ามอเตอร์ไซด์ และได้ห้องพักเป็นที่เรียบร้อย เราพักในกระท่อมปลายนา ณ จัมปาลาวบังกะโล ได้อารมณ์ดี เจ้าของที่นี่เป็นคนไทยก็ค่อยคุยกันสะดวก เราเลือกห้องพักเตียงเดี่ยว ราคา 200,000 กีบ (800บาท) เป็นห้องบังกะโล ในห้องไม่มีแอร์ แต่มีห้องน้ำส่วนตัว แต่ไม่ต้องกลัวร้อนเลย เพราะตอนกลางคืนที่นี่หนาวมาก จนต้องห่มผ้าสองชั้น ><

ออกมาหาไรกินกันซะหน่อย มื้อแรกก็หาร้านข้างทางเนี่ยแหละ เป็นร้านข้าวเปียกอยู่เลยโรงแรมอมานี่มานิดๆ เราสั่งส้มตำมากิน อยากลองดูแล้วว่าส้มตำลาวจะเป็นเหมือนที่่คิดไว้หรือเปล่า

ข้าวเปียก

อิ่มท้องแล้วก็เดินทางต่อ เราตั้งใจแว้นมอไซด์ไปถ้ำจัง กับสะพานส้ม ซึ่งต้องจ่ายค่าเข้าไป 2000 กีบ ปรากฏว่าถ้ำจังปิด 16.30 ไปถึงเวลานั้นพอดี ก็เลยได้แต่ถ่ายรูปกับสะพานส้ม ไม่ได้ถ่ายเดี๋ยวมาไม่ถึง 555 แต่วิวแม่น้ำซองสวยดี โดเฉพาะตอนเย็นๆ แบบนี้

25611125-IID06061

เสร็จแล้วเราตั้งใจไปบลูลากูน 1 ไม่สิ ไม่ตั้งใจ กะว่าจะขับรถเล่นเฉยๆ ซึ่งก็ต้องข้ามแม่น้ำซองไปแล้วเราก็ต้องจ่ายค่าผ่านทาง !! 10,000 กีบให้กับชาวบ้าน  เพื่อจะได้ขับต่อเข้าไปอีก ซึ่งจะผ่านกี่ครั้งก็ต้องเสียเที่ยวละ 10,000 อันนี้ใครจะมาก็วางแผนดีๆ เพราะจะได้เสียรอบเดียว เราขับมาถึงหน้าทางเข้า Blurlagoon 1 แต่สรุปว่าปิดพอดี TT 17.30 ครึ่งมาถึงช้ากว่านั้นอดนะจ้ะ จำไว้ให้ดี ขี่กลับโลด

เย็นๆ เราแวะกินหมูกะทะที่ร้าน “พีบพิ่งหมูกะทะ” ชุดละ 39,000 น้ำจิ้มแปลกๆ ดี แต่รสชาติค่อนข้างเฉยๆ แต่กินไปกินมาก็หมดว่ะ 555 ได้อยู่

25611125-IID06106.jpg

อ่ะ อิ่มละก็รอเวลา 20.00 เพื่อจะได้ลองเข้าไปผับดังในย่านนนี้ซะหน่อย ไปเอาดริ้งค์ฟรีมาหนึ่งแก้ว เหล้าแรงอยู่กินสักสองแก้วก็กรึ่มๆ ละ ได้ลองแล้วเราก็กลับ เพราะช่วงนี้คนยังเงียบ คนไม่เยอะ กลับมาพักผ่อนกันใหม่ พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน 🙂

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s